<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>48503</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/10/2019 11:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/10/2019 11:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กแป๊ะ&quot;ควันออกหูดาบตำรวจยิงบ้านส.ส.ลั่นผิดจริงฟันเด็ดขาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ต.ค.62-พ.ต.อ.กฤษณะ &amp;nbsp;พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีด.ต.สุรพงศ์ &amp;nbsp;จิตรบุญ ตำรวจสภ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ใช้อาวุธปืนยิงใส่บ้านนางสาวสุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ ส.ส.ตรัง เขต 3 พรรคประชาธิปัตย์ ลูกสาวของ นายสมชาย โล่สถาพรพิพิธ อดีต ส.ส.ตรัง หลายสมัยจังหวัดตรังว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ &amp;nbsp;ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับให้ดำเนินการสอบสวนอย่างตรงไปตรงมา ด้วยความ รอบคอบ รวดเร็ว เป็นธรรมกับทุกฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หากปรากฏพบว่ามีความผิดใดที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการทั้งทางวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาด เพราะเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจแต่กระทำผิดกฎหมายเสียเอง พร้อมทั้ง กำชับผู้บังคับบัญชาทุกหน่วยคอยสอดส่องดูแลความประพฤติของผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งห้ามเข้าไปข้องเกี่ยวกับยาเสพติด โดนเด็ดขาด ประกอบกับ สอบถามสารทุกข์สุกดิบ การอบรมสั่งสอน ความประพฤติ คุณธรรม จริยธรรม ผู้ใต้บังคับบัญชาสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48503</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ตรัง, ดาบตำรวจ, พ.ต.อ.กฤษณะ  พัฒนเจริญ, พล.ต.อ.จักรทิพย์  ชัยจินดา, ยิงบ้านส.ส.ตรัง, สภ.ย่านตาขาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190429/image_big_5cc68504ea2fe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33374</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2019 17:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2019 17:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จักรทิพย์&#039;สั่งคุมเข้มแก๊งค้ายาฉวยสงกรานต์ขนยาเสพติด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 เม.ย.62-พ.ต.อ.กฤษณะ &amp;nbsp;พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงมาตรการเฝ้าระวังขบวนการลักลอบขนย้ายยาเสพติดห้วงหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ &amp;nbsp;ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งไปยังกองบัญชาการทุกภาคส่วนให้ยกระดับการปราบปราม แก้ไขปัญหายาเสพติดทุกมิติ &amp;nbsp;รวมไปถึงเร่งรัด ติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับคดีค้างเก่า โดยให้ กองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด , กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน , สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง , กองบังคับการตำรวจทางหลวง บูรณาการทางด้านการข่าว เฝ้าระวัง สกัดกั้นการลักลอบลำเลียงขนส่งยาเสพติดจากพื้นที่ตามแนวชายแดน หรือ พื้นที่ชั้นนอก เพื่อป้องกันไม่ให้มีการฉวยโอกาส ลักลอบ ลำเลียงยาเสพติดและสารตั้งต้นเข้าไปพื้นที่ ชั้นกลาง ชั้นใน หรือแหล่งชุมชน , เมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมสั่งการให้ กองบัญชาการนครบาล , ภูธรภาค 1 &amp;ndash; 9 มุ่งเน้นการปราบปรามจับกุม ผู้ผลิต ผู้ค้า ผู้ลำเลียงยาเสพติด ทั้งรายใหญ่และรายย่อยในทุกระดับชั้น โดยให้ซักถาม สืบสวนขยายผล ไปถึง แหล่งเงินทุน นายทุน เครือข่ายผู้ร่วมขบวนการ ผู้ที่อยู่เบื้องหลัง มาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ตลอดจนการบูรณาการกำลัง 3 ฝ่าย ร่วมกันกับ ทหาร ฝ่ายปกครอง ในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม เพิ่มมาตรการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ในเส้นทางหลัก เส้นทางรอง ในการตรวจคัดกรองยานพาหนะต่างๆ บุคคลต้องสงสัยอย่างเข้มงวด ตลอดจนเพิ่มมาตรการ การกวาดล้าง ปราบปราม ยาเสพติด ในแหล่ง หมู่บ้าน ชุมชน โดยความร่วมมือและความเชื่อมั่นของประชาชนในพื้นที่ และเฝ้าระวัง ผู้เสพยาเสพติดในทุกพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อส่งต่อกระบวนการบำบัดฟื้นฟู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษก สตช.กล่าวว่า ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้สร้างช่องทางการรับรู้ในพื้นที่ชุมชน รวมทั้งสถานศึกษาต่างๆ ถึงโทษและพิษภัยของยาเสพติด โดยให้ตำรวจชุมชนสัมพันธ์ ลงพื้นที่สุ่มเสี่ยง แหล่งที่มีการแพร่ระบาดของยาเสพติด อย่างใกล้ชิด เพื่อการป้องปรามอีกทางหนึ่ง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ร่วมบูรณาการกำลังกับทหาร ฝ่ายปกครอง และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในข้อมูลทางด้านการข่าวข้อมูลยาเสพติด ตลอดจนปัญหาอาชญากรรมต่างๆ &amp;nbsp;เพื่อสร้างเกราะป้องกัน ในความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน ชุมชน สังคม รวมไปถึงการกระทำต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศ เพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหายาเสพติด อาชญากรรมทุรูปแบบอย่างจริงจัง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33374</URL_LINK>
                <HASHTAG>-พ.ต.อ.กฤษณะ  พัฒนเจริญ, พล.ต.อ.จักรทิพย์  ชัยจินดา, ยาเสพติด, สงกรานต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190228/image_big_5c7791564dee3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19876</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2018 14:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2018 14:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;จักรทิพย์&quot; เอาจริงคาดโทษพื้นที่มีบ่อนเล่นพนันถูกฟันวินัยเด็ดขาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษก ตร. เผย ผบ.ตร.เอาจริงปราบบ่อนเล่นพนัน เปิดช่องให้ประชาชนแจ้งเบาะแส &amp;nbsp;ยืนยันฟันไม่เลี้ยง เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ที่ไม่กวดขันเข้มงวด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 14 ต.ค.61 พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณีจับกุมผู้ต้องหาลักลอบเล่นการพนันไฮโลว์ พื้นที่ สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ว่าได้รับรายงานจาก ภ.จว.กาฬสินธุ์ เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2561 เวลาประมาณ 13.45 น. เจ้าที่ตำรวจ สภ.เมืองกาฬสินธุ์ เจ้าที่ฝ่ายปกครองและเจ้าที่ฝ่ายทหาร ได้ร่วมกันจับกุมผู้ลักลอบเล่นการพนัน(ไฮโลว์) จำนวน 18 ราย เหตุเกิดบริเวณบ้านคอนเรียบ ต.เหนือ อ.เมือง จว.กาฬสินธุ์ พร้อมของกลางหลายรายการ โดยกล่าวหาว่าร่วมกันลักลอบเล่นการพนัน (ไฮโลว์)โดยผิดกฎหมาย ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ดำเนินคดีตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การจับกุมในครั้งนี้สืบเนื่องจาก สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ได้รับประสานจากชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครอง จังหวัดกาฬสินธุ์ ว่า ได้รับเรื่องร้องเรียน มีการลักลอบเล่นการพนันในบริเวณจุดเกิดเหตุจึงได้สั่งการให้เจ้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ร่วมกับชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองจังหวัดกาฬสินธุ์ ดำเนินการตรวจสอบพื้นที่รับผิดชอบว่ามีการลักลอบเล่นการพนันจริงหรือไม่ จนกระทั่งได้รับรายงานว่า มีการลักลอบเล่นการพนันในบริเวณที่เกิดเหตุจริง จึงได้ร่วมกันวางแผนการจับกุม ที่ สภ.เมืองกาฬสินธุ์ และสนธิกำลังเข้าไปตรวจสอบจับกุมผู้ต้องหาที่ลักลอบเล่นการพนันตามที่ปรากฏข้างต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า ที่ผ่านมา ตร. มีการกวาดล้างจับกุมการลักลอบเล่นการพนันประเภทต่างๆ อย่างเข้มงวดมาโดยตลอด ซึ่งถือเป็นบ่อเกิดของปัญหาอาชญากรรมที่ส่งผลกระทบต่อสังคมโดยตรง&amp;nbsp;พล.ต.อ.จักรทิพย์ &amp;nbsp; ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกกองบัญชาการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ป้องกันและปราบปรามความผิดเกี่ยวกับการลักลอบเล่นในทุกรูปแบบ อย่างจริงจัง ให้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ออกตรวจสถานบริการ สถานบันเทิง ที่พักหรือสถานที่ซึ่งอาจมีการแอบแฝงจัดให้มีการลักลอบเล่นการพนัน รวมทั้งการเล่นการพนันผ่านทางอินเทอร์เน็ต อย่างสม่ำเสมอ หากพบการกระทำผิดให้ดำเนินการจับกุมอย่างเด็ดขาดและขยายผลไปยังแหล่งนายทุน เจ้าของสถานที่ ผู้สนับสนุน เจ้ามือ เครือข่ายอินเทอร์เน็ตและประสานงานกับเจ้าพนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินเพื่อตรวจสอบ ยึดหรืออายัดทรัพย์สินและดำเนินคดีตามกฎหมาย อีกทั้งให้บูรณาการกับหน่วยงานอื่นๆทั้งภาครัฐเอกชน ในการเปิดช่องทางการรับแจ้งเบาะแสข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานที่ที่มีการลักลอบเล่น ในส่วนของพื้นที่ หากพบข้อบกพร่อง ปล่อยปะละเลย ไม่มีการเข้มงวดกวดขัน และดำเนินการอย่างจริงจัง จะพิจารณาดำเนินการทางวินัยต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษก ตร.ยังกล่าวต่ออีกว่า ขอประชาสัมพันธ์พี่น้องประชาชน &amp;nbsp;ให้สอดส่องดูแลมิให้มีการลักลอบเล่นการพนัน &amp;nbsp;หากมีข้อมูลข่าวสารเบาะแสเกี่ยวกับการลักลอบเล่นการพนันสามารถแจ้งเบาะแสข้อมูลข่าวสารได้ผ่านช่องทาง สายด่วน 191 และ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19876</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปราบการพนัน, ผบ.ตร., พล.ต.อ.จักรทิพย์  ชัยจินดา, สั่งฟันเจ้าหน้าที่ไม่เลี้ยง, เอาจริง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180826/image_big_5b82a558f2916.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16252</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2018 14:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2018 14:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.ประสานกทม.รื้อเกาะกลางขยายช่องทางแก้รถติด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ จากเพจ ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร-บก.02&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
27 ส.ค.61-พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) กล่าวถึงกรณีการแก้ปัญหาการจราจรติดขัดในกรุงเทพมหานครว่า เรื่องนี้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าวภายใน 3 เดือน ทุกฝ่ายกำลังเร่งแก้ปัญหาเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า ขณะนี้ผ่านมา 1 สัปดาห์แล้ว แต่ยังไม่เห็นผล พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาจราจรอาจจะไม่เห็นผลภายใน 1-2 วันนี้ จะสามารถบอกได้หรือไม่ว่าวันนี้ฝนจะตกหรือไม่ตก คำถามแบบนี้ไม่สร้างสรรค์ ถามว่าเรามีความพยายามไหม รัฐบาลมีความพยายามหรือไม่ ดีกว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตำรวจจราจรได้มีการประสานกับเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร เพื่อรื้อเกาะกลางถนนที่ไม่มีความจำเป็นออก เพิ่มเลนถนนให้มากขึ้น เราดูแล้วว่ากายภาพในกรุงเทพมหานคร มีอุปสรรค มีปัญหาส่วนไหนบ้าง เช่น การก่อสร้างต่างๆ ก็เป็นอุปสรรคในการทำงาน เราก็เห็นใจพี่น้องประชาชนที่ใช้รถใช้ถนน ถนนเรามีเท่านี้ ตอนนี้ก็มีทั้งรถไฟฟ้าและรถไฟฟ้าใต้ดิน แต่รถก็ยังติดอยู่ &amp;nbsp;ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ก็ลงมาดูปัญหานี้ด้วยตนเองที่ บก.จร. 02 &amp;nbsp;ผมก็ทำเต็มที่แล้ว เวลามีปัญหาอะไร ก็จะนำมาถกในที่ประชุม และหาทางแก้ไขมาโดยตลอด&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16252</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., การจราจร, ตำรวจ, พล.ต.อ.จักรทิพย์  ชัยจินดา, รถติด, เกาะกลางถนน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180827/image_big_5b83a82da4914.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16234</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2018 13:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2018 11:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;จักรทิพย์&#039;ส่งพฐ.ลงเกาะเต่าหาหลักฐานสาวผู้ดีโดนข่มขืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ส.ค.61- พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีหญิงสาวชาวอังกฤษ วัย 19 ปี เดินทางมาท่องเที่ยวกับเพื่อนที่หาดทรายรี เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี แล้วโพสต์อ้างถูกวางยาจนไม่รู้สึกตัวและถูกข่มขืนบนเกาะเต่าว่า ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานลงพื้นที่จุดเกิดเหตุไปตรวจสอบรายละเอียดต่างๆ เพื่อให้เกิดความกระจ่างไม่มีคลุมเครือ ซึ่งเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องละเอียดอ่อน หากไม่มีข้อมูลข้อเท็จจริงอาจจะเกิดความเสียหาย จึงต้องขอให้เจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นอกจากส่งเจ้าหน้าที่ พฐ.ลงไปเก็บพยานหลักฐานต่างๆแล้ว ยังได้กำชับพล.ต.ท.สรศักดิ์ เย็นเปรม ผบช.ภ.8 และพล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี ให้เร่งคลี่คลายเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งเราได้ทำทุกมิติไปแล้ว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า หากมีการแจ้งของหายเพื่อเครมประกัน เราตรวจสอบหรือไม่ ผบ.ตร.กล่าวว่า เราดำเนินการหมด ทุกเรื่องที่สื่อรู้ ตำรวจก็รู้ เราก็ทุกด้านต้องขอเวลาในการตรวจสอบ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16234</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองพิสูจน์หลักฐาน, ผบ.ตร., ผบช.ภ.8, พฐ., พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์, พล.ต.ท.สรศักดิ์  เย็นเปรม, พล.ต.อ.จักรทิพย์  ชัยจินดา, สาวผู้ดีอังกฤษ, สุราษฎร์ธานี, อังกฤษ, เกาะเต่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180827/image_big_5b839779c1601.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11573</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2018 11:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2018 11:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อึ้ง!&#039;บิ๊กป้อม&#039;ยังมึนไม่ได้ตัว&#039;อดีตพระพรหมเมธี&#039;เสียที</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 มิ.ย.61- พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม(รมว.กลาโหม) กล่าวถึงการติดตามตัวอดีตพระพรหมเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม ผู้ต้องหาร่วมกันฟอกเงินทุจริตเงินทอนวัด ซึ่งหลบหนีไปประเทศเยอรมนี และยื่นขอลี้ภัยว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ได้ดำเนินการขอตัวไปตามขั้นตอนแล้ว ซึ่งครบกำหนดที่ไทยร้องขอไปตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมาแล้ว แต่ไม่ทราบว่าติดขัดเรื่องอะไร ทำไมถึงยังไม่ได้รับมอบตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ต้องขอเวลาตรวจสอบ แต่ทุกอย่างต้องดำเนินไปตามขั้นตอนของกฎหมายเขา ขออย่าเพิ่งไปคิดว่าจะเป็นบรรทัดฐานให้พระที่อาจจะกระทำผิดในอนาคตใช้วิธีเดียวกันนี้ในการหลบหนี&amp;quot;พล.อ.ประวิตรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองนายกฯกล่าวถึงกรณีองค์กรเครือข่ายชาวพุทธมีการนัดรวมตัวเพื่อคัดค้านการดำเนินการของเจ้าหน้าที่รัฐว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่ผู้ที่ทำผิดก็ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11573</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอลี้ภัย, คดีเงินทอนวัด, บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ผู้ต้องหาคดีฟอกเงิน, พล.ต.อ.จักรทิพย์  ชัยจินดา, อดีตพระพรหมเมธี, เยอรมนี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180614/image_big_5b21f63bd19c0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11314</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2018 22:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมธีจบแล้วอยู่ที่&#039;เขา&#039; ป้อมทิ้งปริศนาตามล่าตัว ยึดทรัพย์&#039;บิ๊กพม.&#039;88ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; ทิ้งปริศนา ตามล่าตัว &amp;quot;เมธี&amp;quot; จบแล้ว! ได้ตัวหรือไม่อยู่ที่ &amp;quot;เขา&amp;quot; ส่วน &amp;quot;จักรทิพย์&amp;quot; โผล่ปารีส ไปดูปืน เด้ง ผกก.ตม.นครพนม! เซ่นปล่อยเข้าลาว ขณะที่คู่หู &amp;quot;ทนายแดง-พระสำนักสงฆ์เถื่อน&amp;quot; ร้องกองปราบฯจับ ผอ.พศ.ดำเนินคดี เพราะจับพระเงินทอนไม่ยอมจับเจ้าหน้าที่ ส่วน ปปง.มีมติยึดทรัพย์ 88 ล้านบาทของแก๊งบิ๊ก พม.โกงเงินคนจน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์เมื่อวันพุธที่ผ่านมา กรณี พล.ต.อ.จักรทิพย์ &amp;nbsp;ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เดินทางไปกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ประสานขอความช่วยเหลือจากตำรวจสากล เพื่อติดตามตัวอดีตพระพรหมเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศารามฯ ผู้ต้องหาคดีเงินทอนวัด ที่หลบหนีไปประเทศเยอรมนีแล้วยื่นขอลี้ภัย ว่า &amp;quot;ทุกอย่างจบแล้ว ให้เขาดำเนินการไป ส่วนจะได้ตัวหรือไม่ ก็อยู่ที่เขา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทั้งวันตามโซเชียลฯ &amp;nbsp;ต่างๆ ได้นำภาพพร้อมรายละเอียดการเดินทางไปต่างประเทศของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ พร้อมด้วย พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. ซึ่งเป็นการเดินทางตามคำเชิญของตำรวจฝรั่งเศส เพื่อเยี่ยมชมงานอาวุธนานาชาติที่ประเทศฝรั่งเศส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ภาพและคลิปที่ปรากฏ เป็นภาพ พล.ต.อ.จักรทิพย์ระหว่างไปเยี่ยมชมงานอาวุธนานาชาติที่ประเทศฝรั่งเศส&amp;nbsp;
สำหรับความคืบหน้าการตั้งคณะกรรมการสอบสวนเอาผิดทางวินัยกับนายตำรวจ 2 นาย ยศ &amp;nbsp;&amp;quot;ร.ต.อ.&amp;quot; กับ &amp;quot;ด.ต.&amp;quot; ที่เข้าเวรปฏิบัติหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง (ตม.)นครพนม กรณีปล่อยให้อดีตพระพรหมเมธีหลบหนีไปยังประเทศลาว และเดินทางไปยังประเทศเยอรมนีนั้น ล่าสุด มีคำสั่งจากกองบังคับการตรวจคนเข้าเมืองภาค 4 (บก.ตม.4) เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ให้ พ.ต.อ.ชัยยศ วรักษ์จุนเกียรติ ผกก.ตม.นครพนม ไปช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการ กองบังคับการตรวจคนเข้าเมืองภาค 4 และมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย พร้อมมอบหมายให้ พ.ต.ท.นิธิวัชร์ ดิลกพงศ์โยธิน รอง ผกก.ตม.นครพนม รักษาราชการแทน ขณะที่ยังไม่มีการสรุปผลการสอบสวนตำรวจทั้ง 2 นายดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ต.กิตติกร บุญสม ผบก.ตม.4 ให้เหตุผลที่มีคำสั่งย้าย ผกก.ตม.นครพนม ว่า จากการตรวจสอบพบว่าเจ้าหน้าที่ ตม.ที่อยู่ที่ด่านจะต้องตรวจเอกสารบุคคลว่าตรงกับรูปหรือไม่ และต้องไปตรวจในรถอีกครั้งว่ามีคนมาครบตามเอกสารหรือไม่ ซึ่งในวันดังกล่าว มีร้อยเวรยศ &amp;ldquo;ร.ต.อ.&amp;rdquo; เข้าเวร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจประทับตราเอกสารยศ &amp;rdquo;ร.ต.ท.&amp;rdquo; พบว่ามีความบกพร่องต่อหน้าที่ คือไม่ตรวจสอบให้ครบ จึงต้องไปถึงผู้บังคับบัญชาตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผกก.จึงถูกดำเนินการ เมื่อผู้บังคับบัญชาผิดไม่ตรวจสอบดูแล ต้องถูกดำเนินการทางวินัย ต่อไปต้องให้ ผกก.ตม.นครพนมชี้แจงว่ามีการอบรมประชุมผู้ใต้บังคับบัญชาถึงขั้นตอนการปฏิบัติหรือไม่ หากพบว่ามีการสั่งการตรวจสอบอยู่เป็นประจำ ถือว่าไม่เป็นข้อบกพร่อง เพราะการปฏิบัติหัวหน้าหน่วยต้องเป็นผู้ควบคุมการปฏิบัติ
&amp;quot;ถ้าผลสอบออกมาพบว่ามีการปฏิบัติตามหน้าที่อย่างเคร่งครัดถึงข้อปฏิบัติ ถือว่าเป็นความบกพร่องของผู้ใต้บังคับบัญชา ส่วนผลการสอบสวนของผู้ใต้บังคับบัญชาทั้ง 2 นายนั้น คณะกรรมการสอบเสร็จเรียบร้อยในวันที่ 14 มิ.ย.นี้ ทางคณะกรรมการจะเสนอขึ้นมา ต้องดูว่าผิดหรือไม่อย่างไร โทษระดับไหน ถ้าร้ายแรงก็ต้องตั้งคณะกรรมการพิจารณาอีกครั้ง&amp;quot; &amp;nbsp;ผบก.ตม.4 ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายวรากร พงศ์ธนากุล ประธานเครือข่ายทนายและประชาชนปกป้องพระพุทธศาสนา พร้อมด้วยพระครูปลัดธีรธนัชณฤทธา เมตตธมโม ประธานสงฆ์สำนักปฏิบัติธรรมพุทธชยันตี 2600 ปี และเป็นพระลูกวัดโพธิ์ทะเล จ.พิจิตร เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ &amp;nbsp;รองผู้บังคับการปราบปราม (ผบก.ป.) เพื่อยื่นหนังสือร้องขอให้ทางกองปราบฯ มีการดำเนินคดีกับ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในคดีการทุจริตเงินทอนวัด ในความผิดตามมาตรา 157 &amp;quot;ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรากรกล่าวว่า สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ ทาง พศ.ได้แจ้งความร้องทุกข์ให้เอาผิดกับพระสงฆ์ในคดีเงินทอนวัด จนมีการจับกุมพระสงฆ์จำนวนหลายรูป แต่กลับไม่มีการดำเนินคดีเอาผิดกับเจ้าหน้าที่สำนักพุทธฯที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว ที่ผ่านมายังคงมีข้าราชการของสำนักพุทธฯ ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินทอนวัด แต่ยังไม่ถูกดำเนินคดีหลายราย ตนเองจึงมาแจ้งความร้องทุกข์ให้ตำรวจกองปราบปรามสืบสวนขยายผล และดำเนินคดีให้ครบทุกคนที่เกี่ยวข้อง
พระก็ต้องใช้เงิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาบอกว่า อยากให้มีการดำเนินคดีกับ พ.ต.ท.พงศ์พร ตามความผิดตามมาตรา 157 ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วย ซึ่งเป็นผลมาจากกรณีที่มีการออกหนังสือคำสั่งที่ 0001/06036 ฉบับลงวันที่ 8 มิถุนายน 2561 ที่มีการขอให้ทำการตรวจสอบบัญชีวัด และชี้แจงการใช้จ่ายเงิน ซึ่งทางตนและประชาชนคนอื่นๆ นั้นไม่เห็นด้วย เพราะถือว่าสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ เป็นเพียงผู้สนับสนุนพระ ไม่ใช่ผู้ปกครองพระ &amp;nbsp;และการกระทำแบบนี้ จึงเป็นการกระทำเกินหน้าที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านพระครูปลัดธีรธนัชณฤทธากล่าวว่า พระเองก็มีความจำเป็นในการใช้เงินในการดำรงชีวิตเหมือนกับคนทั่วไป เพราะพระเองก็ต้องใช้เงินเพื่อใช้จ่ายในการเดินทาง ใช้จ่ายในเรื่องการเรียนการสอน เพราะเป็นกฎกติกาของสังคมในปัจจุบัน ส่วนการถือครองเงินควรเป็นรูปแบบบัญชีของวัดหรือไม่นั้น มองว่าวัดแต่ละแห่งมีรูปแบบการจัดการระบบเงินแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับแต่ละวัดจะนำมาใช้จ่ายแบบใด อีกทั้งพระสงฆ์บางรูปมีทรัพย์สินบางส่วนติดตัวมาตั้งแต่ก่อนบวช ในรูปแบบของมรดก จึงอยากให้แยกบัญชี เพราะพระบางรูป ช่วงเวลาการบวชแตกต่างกัน เมื่อสึกออกไป จึงมีความจำเป็นที่จะต้องนำเงินดังกล่าวออกไปใช้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการรับเรื่องดังกล่าวไว้พิจารณา พร้อมกับทำการสอบปากรายละเอียดของเรื่องดังกล่าว ก่อนจะรวบรวมเรื่องทั้งหมดส่งให้กับทางผู้บังคับบัญชาเป็นผู้พิจารณาดำเนินการสั่งการต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับพระครูปลัดธีรธนัชณฤทธา จากการตรวจสอบประวัติพบว่าเคยปีนเสาส่งสัญญาณวิทยุย่านพุทธมณฑลสาย 3 เพื่อประท้วงกรณีที่ดินของสำนักสงฆ์ฯ ถูกยึด เมื่อวันที่ 17 พ.ค.ที่ผ่านมา และเคยใช้สำนักสงฆ์เผาศพหญิงไร้ญาติบนกองฟืนจนถูกชาวบ้านประท้วงมาแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จังหวัดขอนแก่น นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัด เปิดเผยว่า ภายหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ ปปป. ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบการทุจริตเงินทอนวัดที่วัดธาตุพระอารามหลวง ต.ในเมือง อ.เมืองฯ จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ซึ่งทางวัดยืนยันว่างบประมาณที่ได้รับนั้นเป็นการจัดสรรงบประมาณให้กับโรงเรียนพระปริยัติธรรม ซึ่งที่วัดธาตุพระอารามหลวงแห่งนี้ เป็นที่ตั้งของโรงเรียนวิเวกธรรมประสิทธิ์วิทยา ที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณจริง โดยมีการโอนเงินมาให้ ทั้งหมด 3 ครั้ง เป็นเงินรวม 18 ล้านบาท คงเหลือให้วัดเพียง 1 ล้านบาท โดยอีก 17 ล้านบาทมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือ พศ.นั้นมารับเงินสดไป
สอบย้อนหลัง 10 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผวจ.ขอนแก่นเผยว่า ได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงปมทุจริตเงินทอนวัดให้ได้ข้อสรุปภายใน 30 วัน โดยมีนายอลงกต วรกี ปลัดจังหวัดขอนแก่น เป็นหัวหน้าชุดในการตรวจสอบหาข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว คลังจังหวัดทำหน้าที่เลขานุการ ว่ามีเจ้าหน้าที่คนใด พระสงฆ์รูปไหน วัดไหน ในจังหวัดขอนแก่น เข้าไปเกี่ยวข้อง เอื้ออำนวยให้ความสะดวก หรือไปเชื่อมโยงทำให้มีขบวนการเชื่อมโยงในรูปแบบเงินทอนวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การตรวจสอบดังกล่าวนี้จะต้องมีการตรวจสอบย้อนหลัง ว่า 10 ปีที่ผ่านมามีงบประมาณจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติโอนมาให้ผิดปกติมากน้อยเพียงใด&amp;quot; นายสมศักดิ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผบก.ปปป. เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบเงินทอนวัดล็อต 4 ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการลงพื้นที่สืบสวนสอบสวนของ บก.ปปป.เพื่อหาพยานหลักฐานวัดทั่วประเทศที่ได้รับงบอุดหนุนเกิน 1 ล้านบาท แต่ยังไม่มีการร้องทุกข์ และยังไม่มีวัดใดถูกดำเนินคดี เพราะต้องรอ พ.ต.ท.พงศ์พรตรวจสอบสำนวนก่อนดำเนินการร้องทุกข์ จึงจะสรุปว่ามีจำนวนกี่วัด อย่างไรก็ตาม บก.ปปป.ได้ประชุมร่วมกับ พศ.ทุกเดือน เพื่อติดตามความคืบหน้าอยู่แล้ว กรณีสื่อมวลชนเสนอข้อมูลข่าวสารข้อเท็จจริง ควรจะสอบถามกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง หรือ พศ.ก่อน เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนแก่สังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและพฤติมิชอบ (ปปป.) นายวิทยา นีติธรรม เลขานุการกรมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เดินทางมาพบ พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผู้บังคับการ ปปป. เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษเอาผิดนายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ อดีตปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พร้อมหญิงสาวคนสนิท และพวกที่เป็นอดีตข้าราชการใน พม. ในคดีทุจริตการยักยอกเงินช่วยเหลือคนยากไร้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายวิทยานำหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษ เพื่อให้สืบสวนสอบสวนในคดีอาญาที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน ในคดีดังกล่าว จากการตรวจสอบพบว่ามีการกระทำผิดในช่วงปี 2558-2560 หรือปีงบประมาณ 2559-2560 มีลักษณะการทำผิดในรูปแบบเงินทอน แต่ไม่ได้ทอนเงินผ่านธนาคาร เป็นแบบหิ้วกลับ จึงทำให้ยากต่อการตรวจสอบ โดยพบว่าในแต่ละปีมีการทุจริตประมาณ 80 ล้านบาท หรือร้อยละ 30 ซึ่งก่อนที่ ปปง.จะเข้ามายึดอายัดทรัพย์ พบว่ามีการเคลื่อนย้ายทรัพย์สินไปยังบุคคลอื่น และแปรสภาพเป็นอสังหาริมทรัพย์และรถยนต์ จากการตรวจสอบยังไม่พบว่ามีการโยกย้ายทรัพย์สินออกนอกประเทศ ทั้งนี้ พบว่าเงินจำนวนดังกล่าวมีการนำกลับมาไว้ที่ศูนย์ช่วยเหลือคนจนในพื้นที่ก่อเหตุ และส่งต่อมาที่ปลัด พม. แต่ยังไม่พบเส้นทางการเงินไปถึงระดับกระทรวงหรืออดีตรัฐมนตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ นายวิทยายังกล่าวอีกว่า ปปง.จะเปิดโอกาสให้ผู้ที่ถูกยึดทรัพย์สินเข้ามาชี้แจงถึงที่มาของทรัพย์สินภายใน 30 วัน หากพบว่าเป็นทรัพย์สินที่ไม่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด จะคืนทรัพย์สินให้ แต่หากชี้แจงไม่ได้ จะต้องยึดไว้จนกว่าคดีจะสิ้นสุด
ยึดทรัพย์แก๊ง พม.88 ล้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ต.กมลระบุว่า เบื้องต้นได้นัด ปปง.มาแจ้งความร้องทุกข์อย่างเป็นทางการในวันที่ 19 มิ.ย.นี้ หลังจากนี้จะมีการรวบรวมพยานหลักฐานและตั้งคณะทำงานขึ้นมาชุด ประกอบด้วย ปปง., ปปป. และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) พร้อมยอมรับว่าคดีดังกล่าวมีความซับซ้อนพอสมควร แต่ทาง ปปง.ได้ดำเนินการพอสมควรจนมีความชัดเจนมากขึ้น หลังจากนี้จะต้องขออนุมัติจากกองบัญชาการตำรวจสอบสวน เพื่อให้ ปปป.มีอำนาจในการสืบสวนสอบสวน โดยมีแนวทางดำเนินงานโดยร่วมกันลงพื้นที่ติดตามผู้ต้องหาและทรัพย์สิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ วีริยาสรร รองเลขาธิการ รักษาราชการแทนเลขาธิการ ปปง. เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.ที่ผ่านมา คณะกรรมการธุรกรรมมีมติให้อายัดทรัพย์สินของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้แก่ นายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ อดีตปลัด พม., นายณรงค์ คงคำ อดีตรองปลัด พม. และนายธีรพงษ์ ศรีสุคนธ์ อดีตผู้ตรวจราชการ พม.กับพวกที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์ รวม 12 ราย จำนวน 41 รายการ มูลค่าประมาณ 88 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังมีพฤติการณ์ทุจริตการยักยอกเงินช่วยเหลือคนยากไร้ โดยผู้ที่ถูกอายัดทรัพย์สินสามารถเดินทางมาชี้แจงได้ที่ ปปง. ภายในระยะเวลา 90 วัน หลังจากถูกอายัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กลุ่มคนดังกล่าวมีพฤติการณ์กระทำความผิดทางอาญาฐานฟอกเงิน ซึ่งสำนักงาน ปปง. จะได้ดำเนินการกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีอาญาความผิดฐานฟอกเงินกับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้ ขอแจ้งเตือนข้าราชการและเจ้าหน้าที่ที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการทุจริตในหน้าที่ว่า นอกจากจะถูกยึดหรืออายัดทรัพย์สินตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินแล้ว ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต นอกจากจะถูกยึดหรืออายัดทรัพย์สินแล้ว ผู้เกี่ยวข้องสัมพันธ์ หรือนอมินีที่รับโอนทรัพย์สินจากผู้กระทำความผิดทุกคน ก็ยังอาจต้องถูกลงโทษจำคุกในความผิดฐานฟอกเงินด้วย มีโทษจำคุก 10 ปีต่อการโอนหรือรับโอน 1 ครั้ง หากประชาชนพบเห็นบุคคลใดเกี่ยวข้องกับการทุจริตในหน้าที่ สามารถโทร.แจ้งสายด่วน ปปง.1710&amp;quot; พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวว่า ทางคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงได้สอบสวนและแจ้งข้อกล่าวหาผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการทุจริตไปแล้ว 11 คน แต่ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาบุคคลที่กันตัวไว้เป็นพยานอีก 15 คน ซึ่งจะต้องมีการแจ้งข้อกล่าวหาและสรุปผลในส่วนนี้ จึงต้องรอให้เสร็จเรียบร้อยถึงจะสามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เนื่องจากผู้ที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาและพยานอาจจะมีหลักฐานเกี่ยวข้องกัน หากเปิดเผยรายละเอียดอาจจะเกิดความได้เปรียบเสียเปรียบทางคดีความได้ และคาดว่าจะสรุปผลทั้งหมดรวม 26 ราย ภายในสิ้นเดือนมิถุนายนนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11314</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์, พ.ต.อ.ชัยยศ วรักษ์จุนเกียรติ, พ.ต.อ.ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์, พระครูปลัดธีรธนัชณฤทธา เมตฺตธมฺโม, พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา, พล.ต.ต.กิตติกร บุญสม, พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ วีริยาสรร, พล.ต.อ.จักรทิพย์  ชัยจินดา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, สมศักดิ์ จังตระกุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180613/image_big_5b212d2b306b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
